การทำความสะอาดหน้าที่ถูกต้อง

ผู้หญิงส้วนใหญ่ในสมัยนี้นิยมแต่งหน้าเป็นการช่วยเสริมบุคลิกภาพทำให้รู้สึกดูดีและรู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น และสิ่

ที่ควรให้ความสำคัญที่สุดคือการดูแลผิวหน้า เพราะผิวหน้าเป็นส่วนที่สำคัญ การล้างหน้าเป็นต้นเหตุของผิวทุกอย่างดังนั้นควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวหน้าของตนเอง การเลืกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้านนั้นจะต้องใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการเช็ดเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ล้างหน้า เพื่อให้ผิวหน้าของเราสดใสและพร้อมกับมลภาวะในปัจจุบันด้วย

การทำความสะอาดใบหน้าที่ถูกต้องมีวิธีการดังต่อไปนี้ เริ่มต้นด้วยที่ eye remover ควรจะใช้เป็นเบบี้ออยส์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเป็นมิตรแก่ดวงตามากกว่าการใช้ eye remover ทั่วไปและไม่ทำให้แสบตา แต่สำหรับเครื่องสำอางที่กันน้ำมากจริงๆแล้วเบบี้ออยส์เอาไม่อยู่นั้นถึงควรที่จะใช้ eye remover การใช้เบบี้ออยส์นั้นชาวยในเรื่องการลดตีนกาด้วยและช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาด้วย

 ขั้นตอนถัดมาคือการใช้ Cleansing water ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีแอลกอฮอร์ น้ำหอม หรือสี และต้องไม่มีส่วนผสมของพาราเบน เพราะอาจจะทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ Cleansing water สามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งมีมากมายหลากหลายยี่ห้อให้เลือก และใช้สำลีในการเช็ดทำความสะอาดหน้าโดยปกติควรใช้ 3-4 แผ่น เช็ดจนสำลีขาวสะอาด โดยคนที่แต่งหน้าแน่นๆอาจจะใช้เยอะหน่อย ไม่ต้องกลัวเปลือง เพราะรักษาสิวแพงกว่าค่าสำลีและค่า Cleansing แน่นอน การเช้ดควรเช็ดแนว 45 องศาเพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยและช่วยยกกระชับหน้าไปในตัว เช็ดเบาๆ ใบรอบๆใบหน้า เน้นบริเวณกรอบหน้าเพราะสิวอุดตันชอบขึ้นบริเวณกรอบหน้า 

เมื่อคลีนหน้าเสร็จแล้วก็ไปล้างน้ำเปล่าและใช้กระดาษทิชชู่เช็ดไม่ควรใช้ผ้าขนหนู เพราะผ้าขนหนูเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียต้นเหตุของการเกิดสิว จากนั้นใช้ตัวยา Benzac 5% แต้มบริเวณที่สิวอุดตัน หรือจะเป็นผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นกก็ได้ที่มีตัวยาชนิดเดียวกัน เพราะจะช่วยลดสิวอุดตัน โดยจะทาทั้งหหน้าหรือทาเฉพาะบริเวณที่เป็นสิวก็ได้ แต้มหรือทาทิ้งไว้ 15-20 นาที  

ขั้นตอนถัดมาคือการล้างหน้า ควรเลือกผลิตฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับปัญหาผิว เช่นผิวมัน หรือบอบบางแพ้ง่าย เป็นสิว ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมสำหรับคนเป็นสิวนั้น เช่น Acne aid ซึ่งมีหลายสูตรทั้งผิวแพ้ง่ายและผิวธรรมดา ซึ่ง Cleanser ก้เป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสิวและสำหรับคนที่แต่งหน้าบ่อยก้จะมีโอกาสที่จะเป้นสิวง่าย โดยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าควรเลือกแบบที่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง

เพราะการที่หน้าเราแห้งตึงนั้นจะทำให้หน้าเราเกิดการผลิตน้ำมัน ทำให้การรักษาสิวนั้นไม่หายสักที เมื่อล้างหน้าเสร็จแล้วก้เช็ดหน้าด้วยกระดาษทิชชู่ สำหรับคนที่มีปัญหาสิวแนะนำว่าควรเช็ดหน้าด้วยน้ำเกลือ เพราะสิวถือเป็นแผลเช่นกัน จะทำให้สิวแห้งและหายไว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    แทงหวยลาว

วิธีการเตรียมตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นไข้หวัด

สำหรับอาการไข้หวัดนั้น ใครใครก็มักจะเป็นกันบ่อยบ่อยเพราะไม่ว่าจะสภาพอากาศที่ไม่ค่อยดี มีฝุ่นละอองเยอะ จาการที่ควันรถและยังมีสภาพอากาศที่แปรปรวนอยู่แทบจะตลอดเวลา ดังนั้น จึงอาจทำให้มีอาการปวดหัวเป็นไข้เกิดขึ้นได้ เราจึงควรมีวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากอาการไข้หวัด มาดูกันว่าเราสามารถดูแลตัวเองอย่างไรได้บ้าง

  1. ออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะการออกกำลังกายนั้นจะไปเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราเอาไว้ต่อสู้กับเจ้าโรคร้ายทั้งหลายได้ ไม่ใช่เฉพาะแค่โรคไข้หวัดเท่านั้น  การที่เราออกำลังกายแล้วทำให้เหงื่อออกจะเป็นการขับสารพิษบางส่วนออกมาจากเหงื่อของเราด้วย ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดที่ใครใครก็สามารถทำได้
  2. ทำความสะอาดโต๊ะทำงาน ก็จะช่วยให้เราไม่เจ็บป่วยได้ง่าย เชื่อไหมว่าที่โต๊ะทำงานของเรานี่ล่ะที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคเลย เพราะว่ามีทั้งขี้ฝุ่น ทั้งเศษอาหารที่เรานำมากิน หรือบางทีมีเชื้อโรคที่อาจจะติดมือเรามาเวลาที่เราไปที่ไหนแล้วเผลอไปจับโดนเชื้อโรคเข้า ดังนั้น เราจึงควรทำความสะอาดโต๊ะทำงานอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี
  3. พยายามอยู่ให้ห่างใกล้กับคนทีป่วย เพราะการติดเชื้อโรคมักจะติดจากการสัมผัส ไอ จาม หรือแม้แต่หายใจอากาศร่วมกัน ดังนั้นเราจึงควรอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีผุ้ป่วยจึงจะปลอดภัยที่สุดแต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรจะหากอะไรมาช่วยให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น การใส่หน้ากากอนามัย การล้างมือก่อนทานอาหารเป็นต้น
  4. ควรหาวิตามินซีมากิน เพราะวิตามินซีจะช่วยป้องกันให้เป็นไข้หวัดได้ยากขึ้น 
  5. งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้ไม่ได้เท่าที่ควร จึงทำให้ไม่สบายบ่อยได้ และการกินแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำออกมามากและยังมีข้อเสียอีกมากมาย ดังนั้นการไม่ดื่มแอลกอฮอล์คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับร่างกาย
  6. มือถือของเราเองก็ควรที่จะทำความสะอาดด้วยเช่นกัน เพราะเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของเชื้อโรคเช่นเดียวกัน เนื่องจากมือของเรามักจะไปจับโน่นจับนี่โดยที่เราอาจจะลืมสังเกตไปว่ามันสกปรกแล้วเราก็นำมาจับที่มือถือแล้วก็ไปจับอย่างอื่นต่อ ดังนั้นมือถือนี่ละเป็นตัวการที่ทำให้เราป่วยได้ง่าย
  7. ควรทำจิตใจให้สดใสเบิกบานอยู่เสมอ หากเราสุขภาพจิตดี ไม่เครียดง่ายก็จะทำให้เราร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคได้ดีอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว