โรคเอดส์ในเด็ก

โรคเอดส์ที่เกิดในเด็กนั้นส่วนใหญ่จะติดมากับมารดา หรือมารดาอาจเป็นโรคเอดส์ในขณะที่กำลังตั้งท้อง หรืออาจจะเป็นตอนกินนมมารดาก็เป็นไปได้ ส่วนในเด็กที่กำลังจะเป็นวัยรุ่นอาจเกิดตอนมีเพศสัมพันธ์แล้วมีไม่มีการป้องด้วยการสวมถุงยางอนามัย หรืออาจจะเสพสารเสพติดแล้วใช้เข็มร่วมกันก็เป็นได้ และในประเทศไทยได้มีโคลงการป้องกันการติดเชื้อ เอช ไอ วีแก่แม่สู่ลูก และได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายจึงทำให้สามารถมีอัตราเด็กที่ติดเชื้อจากแม่สู่ลูกลดน้อยลงอย่างได้ผลเลยที่เดียว

การป้องโรคเอดส์จากแม่มาสู่ลูก

เมื่อคู่สมรสที่คิดจะมีลูกควรไปตรวจเลือดหาเชื้อ เอชไอวี พร้อมกันทั้งคู่ แต่ผลสำรวจออกมาว่าฝ่ายชายจะไม่ยอมไปตรวจด้วยสาเหตุอาไรไม่ทราบ และการไม่ไปตรวจนั้นทางโรงพยาบาลจะไม่มีทางทราบว่าบุตรของตนไปรับเชื้อ เอชไอวี ว่ามาตอนไหน ระหว่างการตั้งครรภ์หรือระหว่างให้นมบุตร และทารกจะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะได้รับเชื้อ เอชไอวี และจะพลาดโอกาสในการดูแลรักษาการรับเชื้อ เอชไอวีนี้เลย และหญิงที่ตั้งครรภ์ควรได้รับยาต้านเชื้อ เอชไอวี ให้ได้ไวที่สุด เพราะการได้รับยาต้านไวรัส เอชไอวี ไวเท่าไร ก็จะส่งไปยังบุตรไวเท่านั้น

เพราะการที่มารดารับยาประมาณ3-6เดือน ไวรัสก็จะต่ำลงมากและจะส่งผลให้เชื้อไปยังบุตรน้อยลงตามไปด้วย และทารกก็ต้องงดรับนมมารดา เพื่อตรวจหาว่าได้รับเชื้อเอชไอวีหรือเปล่าในสมัยก่อนการตรวจเลือดในทารกจะต้องรอให้เด็กมีอายุถึง1เดือน-18เดือนเสียก่อนถึงจะได้มีการตรวจเลือดขึ้นได้ แต่ในปัจจุบันได้มีการตรวจหาได้เลยเมื่อเด็กมีอายุเพียง1เดือนก็ตรวจได้เลย และยิ่งสะดวกกว่านั้นก็คือสามารถนำเลือดหยดใส่กระดาษซับแล้วส่งไปรษณีย์ ไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกแห่งทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อหาเชื่อเอชไอวีได้เลย

ในวัยรุ่นก็ควรสอนให้มีการป้องกัน ก่อนการมีเพศสัมพันธ์ และให้เลิกเชื่อในสิ่งที่ผิดปลูกฝังการป้องกัน และสอนวิธีใช้ถุงยางอนามัยให้แก่วัยรุ่น หรือการมีเพศสัมพันธ์ไปแล้วแต่ไม่มั่นใจก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับยาต้านโรคแต่ก็ควรไม่เกิน3วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์และจะต้องรับยาประมาณ4สัปดาห์

การที่ผู้ป่วยได้รับยาเพื่อต้านไวรัสโรคเอดส์ไวนั้น ก็จะทำให้จำนวนของผู้ติดเชื้อลดน้อยลงด้วย และผู้ที่อยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ควรไปตรวจเลือด หรือซื้อ ชุดตรวจ hiv เพื่อนำมาตวจและจะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที