อยากท้องแต่ไม่อยากแพ้ท้องทำไงดี

           สำหรับหลายๆคนที่กำลังเตรียมตัวเป็นคุณแม่คงมีอาการกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายกันอยู่ บางคนอาจมีการไปสอบถามคนที่เคยท้องมาก่อน หรือบางคนก็เปิดอินเตอร์เน็ตเปิดหนังสืออ่านกันเลยทีเดียวถึงการเปลี่ยนแปลงหลังจากมีการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่ที่เป็นกังวลใจกันก็คือ อาการแพ้ท้อง  บางคนโชคดีมากแทบไม่มีอาการแพ้ท้องให้เห็นเลย

แต่บางคนก็แพ้ท้องตั้งแต่รู้ตัวว่าท้องจนถึงคลอดเสร็จถึงหายจากอาการแพ้  ลักษณะอาการของคนแพ้ท้องมีหลายแบบ บางคนมีอาเจียน เวียนหัว ของที่เคยชอบกินก็เหม็นกลายเป็นไม่ชอบก็มี แต่บางคนก็อยากกินอะไรแปลกๆที่ไม่เคยกินก็มี

          คุณแม่ๆทั้งหลายเคยคิดกันบ้างไหมคะว่าทำไม เมื่อท้องแล้วต้องแพ้ท้องด้วย จริงๆอาการแพ้ท้องนั้นมีผลมาจากฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง และอาจมีผลจิตใจมีความเครียดกังวลกับการเป็นคุณแม่มือใหม่ เลยทำให้ร่างกายมีการสร้างกลไกแปลกๆออกมา ถึงแม้ว่าการแพ้ท้องจะไม่ใช่สิ่งที่คุณแม่ทั้งหลายอยากเผชิญกันนัก แต่การแพ้ท้องก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร บางคนเมื่อมีอาการแพ้ท้องจะยิ่งได้ความสนใจจากสามีและคนในครอบครัวมากขึ้นด้วยซ้ำไป

โดยปกติแล้วการแพ้ท้องจะเป็นมากในช่วง 3 เดือนแรกเท่านั้นหลังจากนั้นอาการก็จะดีขึ้น ดังนั้นคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายไม่จำเป็นต้องกังวลใจไปนะจ๊ะ แต่ถ้าใครที่ไม่อยากพบปัญหาการแพ้ท้องหนักๆลองทำตามนี้ดูนะจ๊ะ

– ในช่วงระหว่างการแพ้ท้องควรมีการปรับตารางการกินให้กินน้อยๆแต่กินบ่อยๆแทน จะเป็นการปรับสมดุลน้ำตาลใน เลือดให้คงที่ เพราะคนแพ้ท้องจะหิวบ่อยถ้ารอมัวกินตามเวลามื้ออาหารละก็ช่วงที่ท้องว่านี่ละจะยิ่งทำให้แพ้หนักมากขึ้น

– ช่วงท้องจะมีการอาเจียนบ่อย ดังนั้น ควรงดของมันของทอด เพราะนอกจากจะช่วยลดการอาเจียนแล้ว ยังไม่ทำให้อ้วนมากหลังคลอดด้วยนะ

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะคนแพ้ท้องจะเวียนหัวบ่อยดังนั้นจึงควรรีบนอนให้เร็วขึ้น ร่างกายจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และถ้าในระหว่างวันรู้สึกเวียนหัว หรือง่วงนอนก็ให้นอนหลับสักงีบเพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย 

– พยายามหากิจกรรมที่ทำให้เรารู้สึกไม่เครียด ทำแล้วรู้สึกสดชื่นมาทำเพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย เช่น การฟังเพลง ดูหนัง หรือเล่นเกม 

– ควรดื่มน้ำมากๆให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  อย่าให้ร่างกายขาดน้ำเพราะโดยปกติคนแพ้ท้องจะอาเจียนบ่อยจะต้องเสียน้ำเยอะอยู่แล้ว ดังนั้น จึงควรดื่มน้ำเข้าไปทดแทน

– พยายามอยู่ในพื้นที่ที่อากาศโล่ง ไม่มีกลิ่นฉุนใดๆมารบกวนเพราะคนแพ้ท้องจะไวต่อการรับกลิ่น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

โรคติดต่อก่อให้เกิดโรคซึมเศร้า

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือโรคที่มาจากอีกคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งผ่านการมีเพศสัมพันธ์บางโรคอาจติดต่อกันผ่านการสัมผัสหรือการถ่ายทอดสู่ลูกขณะอยู่ในครรภ์โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยกตัวอย่างเช่นโรคซิฟิลิสโรคหนองในโรคแผลริมอ่อนเป็นต้นการมีโรคติดต่อชนิดนี้ถือว่าร้ายแรงในขั้นที่ว่า ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ 

สิ่งเดียวที่จะเยียวยาผู้ติดโรคได้ก็คือ กำลังใจจากคนใกล้ตัว คนรอบข้าง และคนในครอบครัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อมีคนเข้าใจดีแล้ว  ย่อมมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เข้าใจ หรืออาจจะเข้าข่ายออกไปทางรังเกียจ ขยะแขยง จนถึงขั้นไม่อยากเข้าใกล้แล้วแสดงสีหน้าออกมา ผ่านสายตาที่ไม่ว่าใครพบเห็นก็ต้องรู้สึกไม่ดีทุกคน คนเหล่านี้มักจะมองคนที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในทางลบ

มากกว่ามองว่าเป็นเรื่องผิดพลาด “สมน้ำหน้า อยากส่ำส่อนดีนัก” เป็นการซ้ำเติมผู้ป่วยที่แฝงไปด้วยความสวะใจที่เห็นเขาเป็นโรคนี้ “อย่าเอาโรคบ้าๆนี่มาแพร่ใส่ฉันนะ” คำพูดที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่ารังเกียจผู้ป่วยโรคนี้มากๆ

ทั้งนี้เมื่อผู้ติดโรคดังกล่าวได้รับสายตา คำพูด และพฤติกรรมไม่ดีจากคนรอบข้างแล้ว อาจจะมีผลกระทบต่อจิตใจและเกิดจิตใต้สำนึกกับตัวเองว่า “เรามันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ”ทั้งๆที่ควรจะได้รับกำลังใจให้มีแรงสู้กับโรค แต่กลับกลายเป็นว่า ต้องจิตตกไปกว่าเดิมอีกคำพูดและพฤติกรรมจากสังคมโลก มีผลต่อจิตใจอย่างผู้ป่วย ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคซึมเศร้าในกลุ่มผู้ป่วยโรคติดต่อประเภทนี้ได้

โรคซึมเศร้าMajor Depressive Disorder (MDD) คือ ความผิดปกติทางจิต ที่จะรู้สึกเศร้ากับเรื่องต่างๆที่เกิดกับตัวเองได้ง่ายดาย เศร้ากับทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์ เมื่อได้อยู่กับกลุ่มเพื่อนอาจจะแสดงออกในทางที่เป็นปกติ  ออกจะร่าเริงแจ่มใสเหมือนคนทั่วไป  แต่เมื่อคนเป็นโรคนี้ได้อยู่กับตัวเองคนเดียว  ก็จะเริ่มมีการเก็บเอาเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวันมาคิดใหม่

ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นจะรู้สึกว่ามันช่างยากเย็นนัก  มันช่างเหนื่อยนัก  มันช่างเศร้านัก “ทำไมมันเหนื่อยจังเลยนะ” เริ่มมีการท้อและไม่อยากอะไรแล้ว “ทำไมชีวิตเรามันถึงได้ลำบากขนาดนี้” เริ่มมีการตัดพ้อชีวิตตัวเอง รู้สึกว่าโลกมันไม่ยุติธรรม และเริ่มไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้แล้วใจมันอ่อนล้าเหลือเกิน มันบอบบางเหมือนคนไม่มีภูมิคุ้มกัน ใครพูดอะไรนิดหน่อยก็จะเก็บไปนึกคิดผิดร้ายไปหมดทุกเรื่อง

ดังนั้น ผู้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์จึงมีความเสี่ยงอย่างมากต่อการเป็นโรคซึมเศร้า  ด้วยว่าเจอแรงกดดันมากระทบกระเทือนจิตใจ และเจอคำพูดที่เลวร้ายมากพอที่จะทำให้คนที่พบเจอเก็บมาคิดมาก และเกิดโรคซึมเศร้า ฉะนั้น ทางที่ดีคือ เราควรหันมาใส่ใจคนที่เขาเป็นโรคติดต่อนี้ให้มากๆ ดูแลจิตใจเขาดีๆ แล้วมองว่ามันคือเรื่องผิดพลาดในชีวิตเขา มากกว่าจะไปมองว่าเขาเป็นคนไม่ดี ทำให้เขามีความสุขในทุกๆวันเหมือนคนทั่วไปเช่นเรา

 

สนับสนุนโดย  แนวทางการแทงหวยลาว

การที่เรากินโยเกิร์ตทุกวันนั้นส่งผลดีต่อร่างกาย  

    ในการที่เรากินโยเกิร์ตทุกวันนั้นเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายแต่ถ้ามีสาวๆคนไหนที่ไม่ชอบไม่กินเมื่อรู้ประโยชน์ของโยเกิร์ตแล้วอาจจะชอบกินก็ได้เพราะว่าการที่เรากินทุกวันส่งผลต่อร่างกายอย่างไรเผื่อว่าใครที่ไม่ชอบอาจจะหันมากินก็ได้  

     โยเกิร์ตมีประโยชน์ต่อร่างกายเพราะว่าร่างกายของเราต้องต้องการแถมในโยเกิร์ตที่เราสามารถเอามาทำความสวยความงามได้อีกหลายอย่างไม่ใช่แค่การที่เรากินเพียงอย่างเดียว   เพราะว่าเราสามารถเอามาบำรุงผิวของเราได้ด้วยโดยการที่เราใช้โยเกิร์ต  เรามาดูประโยชน์จากโยเกิร์จดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

   มีภูมิคุ้มกันในร่างกาย   ส่วนใครที่ดูว่าเป็นคนที่อ่อนแอชอบป่วยง่ายลองกินโยเกิร์ตดูเพราะว่าในโยเกิร์ตนั้นมี  โพรไบโอติกส์ในโยเกิร์ต   ที่ช่วยในเรื่องของการติดเชื้อได้   ซึ่งเป็นสาเหตุของการที่เราป่วยหรือว่ามีไข้  เพราะว่าได้มีการวิจัยแล้วว่าในโยเกิร์ตสามารถที่จะช่วยในเรื่องของอาการที่เราเป็นหวัดให้หายได้เร็วขึ้นเพราะในโยเกิร์ตนั้นเต็มไปด้วย  แร่ธาตุ  ซีลีเนี่ยม  และซิงค์ ที่เป็นคุ้มกันได้อย่างดี

 ดีต่อใจ   ซึ่งมีคนเคยถามว่าในโยเกิร์ตนั้นมีไขมันที่ดีหรือว่าไม่ดีเพราะอะไร  สรุปได้แล้วว่าในโยเกิร์ตนั้นดีเพราะว่ามีไขมันที่ดีที่ไปช่วยในการลดไขมันไม่ดีออกไป  และยังช่วยในเรื่องของของไขมันอุดตันในเส้นเลือดนั้นอีกด้วย  แถมยังสามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดนั้นอีกด้วย  

อุดมไปด้วยวิตามิลและแร่ธาตุ  แถมยังช่วยในเรื่องของผิวพรรณของเรา   และยังมีแคลเซี่ยมที่สูง  ช่วยสร้างในเรื่องของกระดูกและฟันอีกด้วย  

ดีต่อระบบขับถ่าย  ดีต่อลำไส้เพราะว่าในโยเกิร์ตนั้นมีแบคทีเรียดีอยู่เป็นจำนวลมาก   เมื่อเรากินเข้าไปจะช่วยในเรื่องของของการย่อยอาหารหรือว่า   อาการของคนที่ท้องผูก  ทำให้เราขับถ่ายนั้นดีขึ้น  

หน้าใส  เมื่อระบบขับถ่ายของเราดีขึ้นแน่นอนว่า  จะไม่มีสารพิษที่ตกค้างนั้นอยู่จะทำให้หน้าของเราดูใสไม่เป็นสิวได้ง่ายนั่นเองหรือที่เร่าเรียกว่าเป็นผลพลอยได้ของการที่เรากินโยเกิร์ตนั่นเอง  

ทำให้จิมิของเราดูแข็งแรง  ในการที่เราเลือกกินโยเกิร์ตเพราะว่าในโยเกิร์ตนั้นมีจุลินทรีย์  ที่สามารถช่วยในเรื่องของการป้องกันจิมิของสาวๆไม่เป็นเชื้อราได้ง่าย  และทำให้ไม่มีกลิ่นที่เราไม่อยากจะมี  แถมยังช่วยในเรื่องของการอักเสบในช่องคลอดอีกด้วยนะ  

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยหุ้น

แอสปาร์แตม น้ำตาลเทียม อันตรายใกล้ตัว

 

แอสปาร์แตม น้ำตาลเทียม อันตรายใกล้ตัว

แอสปาร์แตม คืออะไร?
แอสปาร์แตม หรือภาษาอังกฤษ คำว่า Aspartame เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งนิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารและทำเครื่องดื่ม พบได้บ่อยที่สุดในท้องตลาด แอสปาร์แตม ทำมาจากกรดแอสปาร์ติก (Aspartic Acid) และฟีนิลอะลานีน (Phenylalanine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนตามธรรมชาติผสมกับเมทิลเอสเทอร์ (Methyl Ester)
แท้จริงนั้นร่างกายสามารถสร้างกรดแอสปาร์ติกได้เอง แต่ฟีนิลอะลานีนจะต้องทานเพิ่มเติมเพราะส่วนใหญ่อยู่ในอาหาร
น้ำตาลเทียม หรือ แอสปาร์แตมเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกย่อยสลายกลายเป็นเมทานอล (Methanol) แต่ข้อเสียของเมทานอลนั้นคือหากมีมากเกินไปก็จะเป็นพิษ ดังนั้นแปลว่าเมทานอลก็เป็นพิษต่อร่างกายหากมากเกินไป เนื่องจากเมทานอลอาจเปลี่ยนเป็นสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ

9 โรคเรื้อรังที่ควรทานแอสปาร์แตม
1. เนื้องอกในสมอง
2. โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือโรคเอ็มเอส (Multiple Sclerosis)
3. โรคลมชัก
4. กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
5. โรคพาร์กินสัน
6. โรคอัลไซเมอร์
7. ภาวะปัญญาอ่อน
8. โรคเบาหวาน
9. โรคฟินิลคีโตนูเรีย โรคนี้เป็นโรคต้องห้าม ที่ห้ามรับประทานแอสปาร์แตม หรือน้ำตาลเทียมเด็ดขาด เพราะเป็นโรคที่ทำให้ร่างกายจะไม่สามารถเผาผลาญฟีนิลอะลานีนซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนประกอบหลักของแอสปาร์แตมได้

กลิ่นมาโบโร่ ICE หนึ่งในกลิ่นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ายอดนิยม

อีกหนึ่งกลิ่นที่โผล่มาอย่างแปลกๆ อย่างไม่น่าเชื่อ ก็นะ มาโบโร่ตัวดังอย่างรุ่น คลิปมิ้น ก็ทำออกมาแล้ว ก็เข้าใจอยู่แหละว่า บุหรี่มวนเจ้ารุ่นนี้ ICE ก็ดังใช้ได้เลย ก็เลยทำอีกสักตัวเลยเป็นไรไป แต่แล้วก็เป็นเรื่องจนได้ เจ้าตัวนี้ก็ขายดิบขายดีด้วยเหมือนกัน แล้วก็โด่งดังในหลายๆประเทศด้วยกัน นั้นทำให้เจ้าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ารุ่นนี้ไม่หามาลองไม่ได้แล้ว ซึ่งตอนที่เป็นบุหี่มวนจริงๆแล้วผมก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมายหรอกนะ เพราะผมติดตัวคลิปมิ้นมากกว่า แต่ก็เพื่อบทความนี้ผมก็เลยไปขอเพื่อนเติ่มมาแท้งนึง ฮ่าๆ ซื้อทั้งหลอดมันเปลืองน่ะ

พอได้ลองใช้ ก็ต้องบอกเลยว่า รสชาติและกลิ่นนั้นค่อนข้างเหมือนกับตัว คลิปมิ้นมากเลยทีเดียว ทั้งเรื่องกลิ่นก็ให้ความเป็นมิ้น และความหวานก็มีเหมือนๆกันเลย อยู่ในระดับเดียวกันด้วยซ้ำไป อีกทั้งความเย็นก็เย็นอยู่ในระดับเดียวกันเช่นกัน เพียงแต่ว่ามีความต่างที่ค่อนข้างเหมือนกับความต่างระหว่าง บุหรี่มวนคลิปมิ้นละบุหรี่มวนรุ่นไอซ์นี้ ก็คือความเข้มข้นของนิโคตินนั้นเอง

เหมือนกับว่าเป็นแนวรสชาติที่เข้มๆกว่า ซึ่งเอาจริงๆแล้วตัวผมเองก็แทบจะไม่รู้สึกถึงตรงนั้นเลย ต้องเพ่งสมาธิดีๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเจ้าน้ำยาตัวนี้ก็ขายดีได้พอๆกับ คลิปมิ้นเลย แสดงว่ามันเป็นการแบ่งการตลาดมากกว่า สำหรับคนสองกลุ่ม เพราะอย่างที่ทราบกันว่าตอนเป็นบุหรี่มวน ย่อมมีคนติดบุหรี่ทั้งสองรุ่นนี้อยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นต้องมีรุ่นใดโดนเลิกผลิตไปแล้วล่ะ

นี่ก็ยังผลิตอยู่ให้เห็นทั้งสองตัว ดังนั้นแล้วการทำน้ำยาขึ้นมาเพียงรุ่นเดียวแล้วบอกว่าเหมือนๆกัน ก็คงไม่พอที่จะทำให้คนที่ติดบุหรี่มวนของอีกรุ่นอยากจะมาใช้ ก็ง่ายๆแบบนี้ไปเลย ก็แยกกลุ่มลูกค้าไปเลยไง สบายๆก็แค่แปลงสูตรน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้านิดหน่อย แล้วก็ออกแบบแพกเกจจิ้งอีกนินหน่อย สุดท้ายก็ได้มาแล้วสำหรับการครองตลาดน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าแบบมิ้นเย็นๆหวานๆ

ในเมื่อตัวผมเป็นแฟนของรุ่น มาโบโร่ คลิปมิ้น นี้ ทำให้ผมก็ขอเลือกน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าตัวรุ่นนี้ ตามความคุ้นเคยละนะ อีกตัวใครเป็นแฟนก็ไปตามหากันมาใช้ สำหรับผม คิดว่ามันหายากกว่าตัวคลิปมิ้นหน่อยนะ อาจจะเพราะเรื่องของกลุ่มลูกค้า แต่หาได้แน่นอนไม่ต้องเป็นห่วง แต่ถ้าจะให้แนะนำสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นแฟนของทั้งสองตัวนี้ล่ะก็ แล้วอยากจะลอง ก็คิดว่าวัดตามความต้องการความเข้มเลย ใครอยากเข้มเลือก ICE ใครอยากอ่อนเลือก คลิปมิ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

อาการหูตึง

เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณยายคนหนึ่ง ที่เราให้ความเคารพเป็นการส่วนตัว คุณยายเล่าให้ฟังว่าสมัยก่อนเป็นคนที่ทำงานเก่งมาก และก็เที่ยวเก่งมากเช่นกัน โดยเฉพาะผับบาร์ ที่เปิดเสียงเพลงดังๆ รู้สึกว่าชีวิตสนุกสุดเหวี่ยง และอยากจะใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่ที่สุด 

จนวันหนึ่งเริ่มมีอายุมากขึ้น ปัญหาสุขภาพก็ตามมาเหมือนเงา เหมือนมันรู้ว่าเราอายุมากขึ้น และร่างกายก็มาทวงคืนสิ่งที่เราเคยใช้ไปเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง สายตา การพูดที่ช้าและตะกุกตะกัก ที่สำคัญคือเรื่องหู 

คุณยายมีปัญหาเรื่องหูไม่ดีมาตั้งแต่เริ่มอายุมากขึ้น และคุณยายรู้สึกว่าอาการหูตึงเป็นปัญหากับการใช้ชีวิต ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่คุณยายไปซื้อของ คุณยายจะไม่ได้ยินเสียงที่แคชเชียร์พูดด้วย หรือเวลาที่เจอคนรู้จัก แต่ไม่ได้หยุดทักทาย เพราะมองไม่เห็นและไม่ได้ยินเสียงคนทัก ซึ่งถ้าเจอคนที่ไม่เข้าใจก็อาจจมองว่าคุณยายหยิ่งก็เป็นได้ 

เรื่องราวและปัญหาการหูตึงของคุณยาย ทำให้เราสะท้อนใจ นึกถึงตัวเองที่เคยเจอปัญหานี้เหมือนกัน แต่ปัญหานี้ดันเกิดกับเราในตอนที่เพิ่งอายุได้แค่ 23 ปี จำได้ว่าตอนนั้นไปว่ายน้ำกับเพื่อน และรู้สึกได้ว่าน้ำเข้าหู หูอื้อมากๆ แต่ก็ปล่อยผ่านไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องอะไร เดี๋ยวไปเป่าผมก็คงแห้งไปเอง แต่เปล่าเลย 

เวลาผ่านไปประมาณ 3 วัน  เราเริ่มรู้สึกปวดหู ปวดมากๆ จนบางคืนต้องลุกขึ้นมานั่งร้องไห้ เพราะปวดมากจนทำอะไรไม่ได้ กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย สุดท้ายต้องไปหาหมอ แต่ก็ไม่ได้มีเงินมาก ไปใช้สิทธิ์ประกันสังคม รอคิวตรวจนานมาก ประมาณ 3 ชั่วโมง คุณหมอใช้เวลาตรวจเราแค่สองนาที แถมยังตรวจไม่ละเอียด เรากลับบ้านมากินยาก็ไม่หาย จนต้องยอมเสียเงินจ่ายราคาเต็ม เพื่อแลกกับการให้หมอตรวจอย่างละเอียด 

สุดท้ายคุณหมอบอกว่าเรามีขี้หูเยอะมาก ที่อุดตันอยู่ในช่องหู และสะสมมานานหลายปีจนแข็งเป็นก้อน ไม่สามารถเอาออกได้ในทันที ต้องใช้เวลาในการรักษา จำได้ว่าคุณหมอให้เรานอนตะแคง และหยอดยาอะไรสักอย่าง มันฟู่เป็นฟองออกมา เรารู้สึกว่าปวด แต่สักพักคุณหมอก็ค่อยๆ คีบขี้หูออกมาอย่างทุลักทุเล ตอนนั้นอยากให้ขี้หูหายไปเร็วๆ แต่คุณหมอบอกว่ายังทำไม่ได้ ต้องรักษากันไปเรื่อยๆ 

เราใช้เวลารักษาอยู่ประมาณสามเดือนเป็นอย่างต่ำ สุดท้ายก็สามารถเคลียร์ช่องหูได้สำเร็จ วันนั้นเรารู้สึกโล่งมาก อยากให้คิดภาพตามว่าอยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงไม่ชัดไปข้างนึง มันใช้ชีวิตลำบากมากจริงๆ นั่นแค่ไม่กี่เดือน แล้วคิดดูสิ คนแก่ที่ต้องเจอปัญหาหูตึงไปตลอด เค้าจะรู้สึกยังไง??? 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

โรคเอดส์ในเด็ก

โรคเอดส์ที่เกิดในเด็กนั้นส่วนใหญ่จะติดมากับมารดา หรือมารดาอาจเป็นโรคเอดส์ในขณะที่กำลังตั้งท้อง หรืออาจจะเป็นตอนกินนมมารดาก็เป็นไปได้ ส่วนในเด็กที่กำลังจะเป็นวัยรุ่นอาจเกิดตอนมีเพศสัมพันธ์แล้วมีไม่มีการป้องด้วยการสวมถุงยางอนามัย หรืออาจจะเสพสารเสพติดแล้วใช้เข็มร่วมกันก็เป็นได้ และในประเทศไทยได้มีโคลงการป้องกันการติดเชื้อ เอช ไอ วีแก่แม่สู่ลูก และได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายจึงทำให้สามารถมีอัตราเด็กที่ติดเชื้อจากแม่สู่ลูกลดน้อยลงอย่างได้ผลเลยที่เดียว

การป้องโรคเอดส์จากแม่มาสู่ลูก

เมื่อคู่สมรสที่คิดจะมีลูกควรไปตรวจเลือดหาเชื้อ เอชไอวี พร้อมกันทั้งคู่ แต่ผลสำรวจออกมาว่าฝ่ายชายจะไม่ยอมไปตรวจด้วยสาเหตุอาไรไม่ทราบ และการไม่ไปตรวจนั้นทางโรงพยาบาลจะไม่มีทางทราบว่าบุตรของตนไปรับเชื้อ เอชไอวี ว่ามาตอนไหน ระหว่างการตั้งครรภ์หรือระหว่างให้นมบุตร และทารกจะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะได้รับเชื้อ เอชไอวี และจะพลาดโอกาสในการดูแลรักษาการรับเชื้อ เอชไอวีนี้เลย และหญิงที่ตั้งครรภ์ควรได้รับยาต้านเชื้อ เอชไอวี ให้ได้ไวที่สุด เพราะการได้รับยาต้านไวรัส เอชไอวี ไวเท่าไร ก็จะส่งไปยังบุตรไวเท่านั้น

เพราะการที่มารดารับยาประมาณ3-6เดือน ไวรัสก็จะต่ำลงมากและจะส่งผลให้เชื้อไปยังบุตรน้อยลงตามไปด้วย และทารกก็ต้องงดรับนมมารดา เพื่อตรวจหาว่าได้รับเชื้อเอชไอวีหรือเปล่าในสมัยก่อนการตรวจเลือดในทารกจะต้องรอให้เด็กมีอายุถึง1เดือน-18เดือนเสียก่อนถึงจะได้มีการตรวจเลือดขึ้นได้ แต่ในปัจจุบันได้มีการตรวจหาได้เลยเมื่อเด็กมีอายุเพียง1เดือนก็ตรวจได้เลย และยิ่งสะดวกกว่านั้นก็คือสามารถนำเลือดหยดใส่กระดาษซับแล้วส่งไปรษณีย์ ไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกแห่งทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อหาเชื่อเอชไอวีได้เลย

ในวัยรุ่นก็ควรสอนให้มีการป้องกัน ก่อนการมีเพศสัมพันธ์ และให้เลิกเชื่อในสิ่งที่ผิดปลูกฝังการป้องกัน และสอนวิธีใช้ถุงยางอนามัยให้แก่วัยรุ่น หรือการมีเพศสัมพันธ์ไปแล้วแต่ไม่มั่นใจก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อได้รับยาต้านโรคแต่ก็ควรไม่เกิน3วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์และจะต้องรับยาประมาณ4สัปดาห์

การที่ผู้ป่วยได้รับยาเพื่อต้านไวรัสโรคเอดส์ไวนั้น ก็จะทำให้จำนวนของผู้ติดเชื้อลดน้อยลงด้วย และผู้ที่อยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ควรไปตรวจเลือด หรือซื้อ ชุดตรวจ hiv เพื่อนำมาตวจและจะได้รับการรักษาได้ทันท่วงที

นิโคตินเป็นอย่างไร มีโทษและก็อันตรายเช่นไร

นิโคติน เป็น สารเคมีให้โทษประเภทหนึ่งที่พบในกลุ่มยาสูบ ดังเช่นว่า บุหรี่ ซิการ์ ไปป์สารนิโคตินมีผลต่อสมองรวมทั้งระบบประสาท มีฤทธิ์ในทางการเสพติดเพราะว่านิโคตินที่ถูกดูดซึมไปสู่ร่างกายจะส่งผลทำให้มีการเกิดการหลั่งสารเอพิเนฟรีนที่ต่อมหมวกไต

ทำให้คนไข้มีการเสพติดสารนิโคติน ร่างกายอยากได้นิโคตินมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยส่งผลต่อการสูบบุหรี่หรือยาสูบอื่นๆเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆสุดท้าย

นิโคตินส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร

เมื่อดูดบุหรี่ ควันของบุหรี่ที่มีนิโคตินจะส่งผลต่อสมองภายในช่วงเวลาประมาณ 10 วินาทีส่วนการสูบยาสูบอื่นๆยกตัวอย่างเช่น ซิการ์ หรือบุหรี่ไม่มีควันสารนี้จะถูกดูดซึมผ่านทางเนื้อเยื่อผิวหนัง เยื่อเมือกข้างในจมูกรวมทั้งปาก ซึมเข้าสู่กระแสเลือดไปยังปอดและก็ออกฤทธิ์ต่อสมองรวมทั้งระบบประสาท

ด้วยการกระตุ้นให้มีการหลั่งสารเอพิเนฟรีนรวมทั้งสารโดปามีนซึ่งเป็นสารที่ช่วยกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความรู้สึกพึงพอใจหรือมีความสุข ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นผลให้ผู้ที่ได้รับสารนิโคตินอาจมีอาการอย่างความดันโลหิตเพิ่มสูงมากขึ้นอัตราการเต้นของหัวใจมากขึ้น หายใจถี่ขึ้น หรือน้ำตาลในเลือดสูงมากขึ้น

อย่างไรก็ดี นิโคตินสามารถส่งผลคลายความวิตกกังวลส่งผลให้เกิดความผ่อนคลาย หรือง่วงนอนได้ด้วย ดังนี้ การออกฤทธิ์ของนิโคตินขึ้นอยู่กับระดับความตื่นตัวของระบบประสาทกับปริมาณนิโคตินที่ถูกเสพเข้าไปด้วย

ตัวอย่างอาการที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางระบบประสาท ดังเช่น

-กระตุ้นให้อารมณ์ดี

-ทำให้รู้สึกสบาย

-ลดความรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายใจ

-ลดอาการซึมเศร้า

-ลดความอยากอาหาร

-เพิ่มสมาธิ และเพิ่มประสิทธิภาพในการจำระยะสั้น

ระดับของสารนิโคตินที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตรวมทั้งสมอง ขึ้นอยู่กับกระบวนการและก็ปริมาณที่สูบเข้าไปด้วย ยกตัวอย่างเช่นสารนิโคตินจะถูกดูดซึมผ่านการสูบแล้วก็หายใจเอาควันของบุหรี่เข้าไปได้เร็วกว่าคนที่สูบบุหรี่หรือไปป์ ซึ่งมักไม่ได้สูดควันเข้าไปภายในร่างกายด้วย

 

สนับสนุนโดย  บุหรี่ไฟฟ้า

เครื่องช่วยฟังที่เหมาะแก่ผู้สูงอายุ

สำหรับเครื่องช่วยฟังนั้นเป็นเครื่องที่เหมาะแก่ผู้สูงอายุใช้เป็นอย่างยิ่ง เพราะทำมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับบุคคลที่มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินไม่ว่าเป็นบุคคลที่ปัญหาเกี่ยวหูตึงหรือหูหนวกก็ตาม

ซึ่งเครื่องช่วยฟังในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาทั้งรูปแบบและการใช้งานเพื่อให้เข้ากับผู้ใช้เพื่อความเหมาะสมและเป็นการใช้ที่ง่ายขึ้น เนื่องจากการพัฒนานี้เป็นการพัฒนารูปแบบไม่ให้เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้อื่น และยังเป็นการดีไซต์ที่ทันสมัยเพื่อให้เข้ากับคนในยุคใหม่ๆเช่นนี้ การปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่อย่างนี้ไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นไม่ใช่เพื่อเป็นการทำร้ายภายในระบบหูของเรานั่นเอง

เครื่องช่วยฟังเหล่านี้เป็นการช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาทางด้านของการได้ยินไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่หนักหรือปัญหาที่เบาขนาดไหนก็จะสามารถทำได้และเป็นการขยายเสียงให้ดียิ่งขึ้นไป บุคคลที่มีอายุที่มากขึ้นมักจะประสบกับปัญหาที่เกี่ยวกับการได้ยินไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัก พวกเขาอาจจะมีการเสื่อมสภาพทางด้านของหูหรือระบบภายในของหูของเขาซึ่งพวดเขาเหล่านั้นจึงต้องการระบบอะไรก็ตามที่สามารถช่วยให้พวกเขาได้ยินชัดขึ้นเพื่อการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในสังคม

การออกแบบดีไซต์เครื่องช่วยฟังให้ดูดีขึ้นเพื่ออะไร

สำหรับการออกแบบดีไซต์ เครื่องช่วยฟัง ในรุ่นใหม่นี้เป็นการออกแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละรุ่น ด้วยรุ่นอายุของบุคคลที่ต้องพึ่งเครื่องมือหรืออุปกรณ์เหล่านี้นั้น พวกเขามีหลากหลายอายุด้วยกันทำให้รุ่นในการผลิตเครื่องมือมีการออกแบบที่แตกต่างเพื่อให้เข้ากับบุคคลที่ใช้ในต่างวัย เพื่อความเหมาะสมและการเข้ากับผู้ใช้งานให้ลงตัว

ในการออกแบบในรูปแบบที่มีความต่างไม่ได้เจาะจงกับผู้ใช้ในเรื่องของอาการเท่าไหร่นัก เพียงแต่ปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับขนาดของตัวผู้ใช้ แต่คุณภาพในการใช้งานก็ยังคงเหมือนเดิม ซึ่งในยุคปัจจุบันอย่างนี้มีผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยินมีมากเรื่อยๆดังนั้นการถูกปรับแต่งเพื่อให้เข้ากับวัยได้เป็นอย่างดี

สำหรับเครื่องฟังเหล่ามีคุณสมบัติดังนี้

อุปกรณ์ต่างๆที่เรามักจะมองหาเพื่อนำมาช่วยให้เราได้ยินเสียงที่ชัดเจนขึ้นนั้น เราเรียกว่าเครื่องช่วยฟัง ซึ่งหน้าที่หลักๆของมันก็เป็นการนำเสียงที่อยู่รอบตัวมาทำการขยายเพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาทางด้านของการได้ยินมาทำงานอย่างเป็นปกติ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือวัยอื่นๆที่มีปัญหาทางด้านของเสียงหรือการได้ยินก็มักจะสามารถนำเอาอุปกรณ์เหล่านี้มาเพื่อช่วยในการใช้งานเพื่อให้ชีวิตประจำวันที่ดีขึ้นก็ได้เช่นกัน

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

คนไทยกับการพบเจอเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ การโรคปอดอักเสบที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ต้องขอพูดถึงที่มาของเชื้อไวรัสชนิดนี้ก่อนว่านั้นมาจากไหน และมาจากอะไร เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้เริ่มแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ของประเทศจีน ซึ่งผู้เชี่ยวได้ออกมาเปิดเผยว่าไวรัสชนิดนี้นั้นมีต้นต่อมาจากสัตว์ เช่น นก งู เครื่องในกระต่าย และสัตว์ป่าอีกหลายชนิด และเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ยังสามารถติดต่อได้จากคนสู่คนได้อีกด้วย ไม่ใช่แค่สัตว์สู่คน

ซึ่งในเวลาต่อมาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ได้เริ่มแพร่ระบาดไปทั่วประเทศจีน และต่างประเทศอย่างไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ประเทศไทยนั้นถือว่าเป็นประเทศที่มีคนจีนอาศัยอยู่กันไม่น้อยเลยทีเดียว

ในตอนนี้ก็มีคนไทยเองที่ได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้วถึง 4 คน และได้ทำการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งผู้ป่วยที่พบในรายแรกนั้นติดเชื้อไวรัสเพราะว่าพึ่งได้เดินทางกลับจากการท่องเที่ยวเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ในปัจจุบันผู้ป่วยรายนี้มีอาการที่ดีขึ้น แต่ว่าเดิมทีนั้นเธอมีโรคหัวใจและโรคความดันโลหิตมาอยู่ก่อนแล้ว นั้นอาจจะต้องคอยเฝ้าระวังอาการเพิ่มมากขึ้นหามีภาวะแทรกซ้อนเช่นนี้ และช่วงนี้นั้นเป็นช่วงของเทศกาลตรุษจีน

คนไทยนั้นอาจจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

หากถามว่าควรจะรับมือหรือระวังอย่างไรนั้น คือเราควรจะทำให้ช่วงของเทศกาลตรุษจีนให้เป็นการเตรียมความพร้อม ระมัดระวัง ช่วยกันสังเกตและสอดส่อง หากมองในอีกแง่มุมนั้นจะเป็นการช่วยกันเฝ้าระวังโรค เพราะในตอนนี้แล้วนั้นประเทศไทยได้การเฝ้าระวังตามจุดสำคัญอย่างที่สนามบินและโรงพยาบาล

ซึ่งการสังเกตและการสอดส่องเห็นผู้คนทั่วไปและคนรอบข้างเรานั้นที่มีอาการป่วยของระบบทางเดินหายใจ เราสามารถแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเพื่อนำตัวไปตรวจทำการวินิจฉัยอาการว่าได้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือไม่

เพื่อหาแนวทางการดูแลรักษากันต่อไป แต่ในสำหรับคนไทยในตอนนี้ไม่ใช่แค่เพียงจะต้องคอยระวังเรื่องของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้เท่านั้น

จากที่กล่าวไปข้างต้นว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้นั้นสามารถติดเชื้อได้จากคนสู่คน สิ่งสำคัญในการดูแลตัวเองเลยคือ การสัมผัสถูกเนื้อต้องตัวกัน จะต้องพกเจลทำความสะอาดทุกครั้งหลังจากสัมผัสกันแล้ว รับประอาหารสุกและใช้ช้อนกลางเพื่อความสะอาดที่จะเข้าสู่ร่างกาย และเพราะว่าในตอนนี้อีกปัญหาของคนไทยคือฝุ่นPM2.5 หากผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสนี้มีการไอหรือจาม เชื้อไวรัสอาจจะแพร่กระจายตามอากาศ ฉะนั้นแล้วเราควรที่สวมหน้ากากอนามัยอยู่เสมอเพื่อสุขภาพร่างกายของตนเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ชุดตรวจ hiv